Review

MIDNIGHT CINEMA 11 – Nope แค่พูดว่าไม่!

ภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องที่สามของจอร์แดน พีล ยังคงเป็นหนังสยองขวัญแปลกประหลาด เราจะดูหนังของเขาในฐานะหนังสยองขวัญเพียว ๆ ก็ได้ หรือหนังที่เป็นภาพแทนทางการเมืองก็ได้เช่นกัน

Wandering : ในโลกแห่งการปิดฉลาก

เรื่องราวของเด็กหญิงที่ถูกลักพาตัว และชายหนุ่มใคร่เด็ก ในโลกที่ไม่ปรานีต่อความแตกต่าง โลกที่เพียงต้องการการจัดหมวดหมู่และกีดกันคนที่ไม่เข้าพวกออกไปจากสังคมเพื่อให้ตัวเองได้นอนหลับอย่างสบายใจ โลกที่เราเองก็มักเป็นส่วนหนึ่งของการปิดฉลากเหล่านี้...

The Boys (Season 3) หายคู่อาฆาต และศัตรูร่วมอุดมการณ์

ต้นฉบับของ The Boys คือหนังสือการ์ตูนว่าด้วยโลกที่ซูเปอร์ฮีโร่ไม่ใช่ยอดมนุษย์ที่ปกป้องโลกด้วยจิตสาธารณะ แต่เป็นกลุ่มคนคะนองอำนาจที่ก่อกรรมทำเข็ญอยู่ลับๆ

Vita & Virginia: ปะทะโลกภายนอก แล้วกลับไปหลบซ่อนในตัวเอง

สำหรับคอวรรณกรรมทั้งหลาย คงไม่มีใครไม่รู้จัก เวอร์จิเนีย วูล์ฟ นักเขียนชื่อก้องโลกที่ชีวิตของเธอเป็นเหมือนละครดราม่าสุดขมขื่น เธอสร้างผลงานที่พูดถึงบทบาทของผู้หญิงและแนวคิดเฟมินิสต์ที่มาก่อนกาล แต่ตัวเธอนั้นต้องเผชิญกับความเจ็บป่วยทางจิต ทั้งจากโรคไบโพลาและโรคซึมเศร้า

บุพเพสันนิวาส 2 = ทวิภพ-1 พิศวาส ราชาชาตินิยม การกล่อมประสาทด้วยมุมมองชนชั้นนำ

อันที่จริง ในสมัยของรัชกาลที่ 3 เป็นยุคทองของการค้าเรือสำเภากับจีน ความเฟื่องฟูของสังคมทำให้สังคมแบบไพร่เดิมค่อยๆ ผ่อนคลายกฎเกณฑ์การเข้าเดือนออกเดือน เพื่อจะขยับขยายให้ไพร่เข้ามาอยู่ในตลาดการค้ามากขึ้น หน้าตาสยามมีความเป็นจีนทั้งด้วยพระราชนิยม และชุมชนจีนที่ขยายตัวขึ้นมาก โดยเฉพาะความมั่งคั่งของชนชั้นนำในระดับกษัตริย์และขุนนางก็อู้ฟู่จากการค้าขายผูกขาด

For All Mankind (Season 1) ก้าวเล็กๆ ของมวลมนุษยชาติด้วยเท้าอีกข้างหนึ่ง

ซีรีส์ของ Apple TV+ ที่เล่าเรื่องราวของหลากชีวิตในเส้นทางการไปให้ถึงดวงดาวของนาซ่า ในประวัติศาสตร์สมมติที่สหภาพโซเวียตย่างเท้าลงบนดวงจันทร์ได้ก่อนสหรัฐอเมริกา และเบี่ยงวิถีทางสู่ความเป็นไปได้ที่แตกต่างจากความเป็นไปบนโลกนอกจอ โลกที่อเมริกาเป็นเจ้าของก้าวสำคัญของมวลมนุษยชาติในการออกเดินทางสู่ห้วงอวกาศอันไกลโพ้น

BLUE : สีของเสรีภาพและความเศร้า

Blue เป็นหนังภาคต้นในไตรภาคสามสีที่หยิบเอาคำขวัญของฝรั่งเศส เสรีภาพ เสมอภาค และภราดรภาพ มาทำเป็นหนังโดยใช้สีของธง ฟ้า ขาว แดง มาเป็นชื่อของแต่ละตอน ถึงตอนนี้โลกรับรู้แล้วว่านี่คือหนึ่งในไตรภาคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก และ Krzysztof Kieślowski คือคนทำหนังที่สำคัญที่สุดคนหนึ่งของโลก

ใจจำลอง : ขบวนรถไฟสายภาพยนตร์

เริ่มจากภาพที่นอกหน้าต่างรถไฟ ภาพเคลื่อนไหวเร็วผ่านกรอบหน้าต่าง เร็วจนบางครั้งกระตุก พวกเขาไปเที่ยวกันกระมัง ชายหนุ่มสามคนกับหญิงสาวหนึ่งคน คนรักของหนึ่งในสามคนนั้น พวกเขาไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์และพบว่ามันปิดซ่อม พวกเขาเดินเล่นไปตามทางรถไฟ พูดถึงอดีตกลายๆ พอให้รู้ว่ามันคือทางรถไฟที่สร้างไม่เสร็จและเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์บาดแผลของการขูดรีดแรงงานเชลยศึก พวกเขาไปพักกันที่แพกลางน้ำ ตั้งวงดื่มกิน พูดคุยกันเรื่องชีวิต และจู่ๆ ก็มีพลุสว่างอยู่กลางฟ้ามืดดำ  เธออีกคนเดินวนอยู่ในป่า คงหลงทางกระมัง ก่อนหน้านี้เธออาจจะมากับเพื่อนสาวอีกคน กางเตนท์อยู่กลางป่า แต่จู่ๆ เธอก็เหลือตัวคนเดียว สับสนหวาดกลัว...

Barry (Season 3) ฆ่าให้ตายอาจจะง่ายเสียกว่า

อีกจุดที่น่าชื่นชมคือ Barry ยังคงรักษาอารมณ์ขันท่ามกลางสถานการณ์สุดแหลมคมเอาไว้ได้โดยไม่บกพร่อง นอกจากรถไฟเหาะทางอารมณ์ที่เหวี่ยงขึ้นลงอย่างรุนแรงเป็นพิเศษ สิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมาจากซีซั่นก่อนๆ คือบรรดามุกตลกเกี่ยวกับความบ้าบอคอแตกของชาวฮอลลีวู้ด ณ ห้วงเวลาปัจจุบัน

MIDNIGHT CINEMA 10 – Dashcam คืนผีคลั่ง

นี่คือหนังสยองขวัญเรื่องใหม่ของ Rob Savage ที่เริ่มเป็นที่รู้จักจากหนัง 'Host คืนซูมผี' ที่ออกฉายในปีที่แล้ว เราอาจมองได้ว่า Dashcam เป็นภาคต่อกลายๆ ของ Host แม้เรื่องจะไม่เกี่ยวข้องกัน เพราะเรื่องเกิดขึ้นในช่วงระบาดใหญ่ของโควิด